จะดีแค่ไหนที่ครั้งหนึ่งเราได้อยู่ร่วมในประวัติศาสตร์

ในช่วงปี 2542 ทางโรงเรียนจ่าการบุญได้ทำการหล่อรูปลอยองค์พ่อจ่าการบุญ พ่อจ่านกร้อง โดยผู้ที่อยู่ในพิธีได้เล่าให้ครูแชมป์ฟังว่า หลังจากที่เดินทางไปหาข้อมูลเพื่อจัดทำรูปปั้นและปั้นหุ่นเรียบร้อยแล้ว จึงได้เดินทางไปนิมนต์เกจิคณาจารย์มาเพื่อทำพิธี โดยได้เดินทางไปกราบขอความเมตตาจากหลวงพ่อไพรินทร์ หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปนิมนต์หลวงปู่แขกวัดสุนทรประดิษฐ์ หลวงปู่ท่านรับปากและถามว่าจะไปไหนต่อ ทางทีมงานได้กราบเรียนว่าจะไปนิมนต์หลวงปู่อ่อนวัดเนินมะเกลือแต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้หรือไม่เนื่องจากได้ข่าวว่าท่านไม่รับกิจนิมต์มาแรมปีเนื่องด้วยสุขภาพสังขาร ทางหลวงปู่แขกก็ยิ้มแล้วบอกว่า เดี๋ยวปู่บอกให้

ทางคณะได้เดินทางไปยังวัดเนินมะเกลือ ทันทีที่ลงรถได้มีผู้ดูแลวัดเดินเข้ามาถามว่ามาจากจ่าการบุญใช่หรือไม่ หลวงปู่ท่านทราบแล้ว เดี๋ยวจะไปให้ ทำเอาทีมงานถึงกับงงเพราะยังไม่ได้พูดอะไรเลย

และในพิธีหล่อพ่อจ่าทั้งสอง เกจิคณาจารย์ทั้ง 4 รูปได้เข้ามณฑลพิธี มีหลวงปู่แขก หลวงพ่อไพรินทร์ หลวงตาละมัย หลวงปู่อ่อน นั่งอธิษฐานจิตทั้ง 4 ทิศ ผู้อยู่ในพิธีเล่าให้ฟังว่ามีละอองฝนลงมาโปรยปรายหลวงปู่แขกจึงได้ลุกขึ้นจากที่นั่งและนำผ้ากราบไปโบก อาจด้วยความบังเอิญหรือเหตุอัศจรรย์อย่างไรก็ไม่ทราบ เมฆฝนทะมึน ได้แหวกออกจากบริเวณ เม็ดฝนหยุดตกไป สร้างความอัศจรรย์ใจต่อผู้ร่วมพิธียิ่งนัก

ในครั้งนี้ ทางโรงเรียนจะเริ่มพิธีบวงสรวงและเทพระกริ่งพ่อจ่าการบุญตั้งแต่เวลา 09.00 น. จะถือเป็นโอกาสอีกครั้งที่ทุกท่านจะได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์จ่าการบุญในรอบ 123 ปี และสักขีพยานในการสร้างวัตถุมงคลที่ใช้เวลารวบรวมมวลสารและนำไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกกว่า 9 เดือน ประณีตตั้งแต่ขั้นตอนหาฤกษ์เพื่อให้ปกป้องคุ้มครองศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่า และได้นำรายได้มาดำเนินการจัดซื้อเครื่องดนตรีเพิ่มเติมจากเหตุไฟไหม้ ทางคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ชมรมผู้ปกครอง และชมรมศิษย์เก่าจ่าการบุญ ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมประวัติศาสตร์ครั้งนี้กัน

จะดีแค่ไหนที่ครั้งหนึ่งเราได้อยู่ร่วมในประวัติศาสตร์